แก๊งโจรไซเบอร์ ใช้กลลวงฟิชชิ่งโจมตี LastPass ตั้งเป้าหมายชิงข้อมูลผู้ใช้งาน
ในช่วงเดือนนี้ กลุ่มโจรไซเบอร์ CryptoChameleon ได้เริ่มการโจมตีที่น่าสงสัยโดยใช้กลลวงฟิชชิ่งเพื่อเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งาน LastPass ซึ่งรวมถึงรหัสผ่านหลักของผู้ใช้แอปพลิเคชันจัดการรหัสผ่านที่เป็นที่นิยมนี้ โดยกลุ่มนี้เข้ามาแฝงตัวอยู่ในช่วงเวลาที่หลายคนอาจประสบปัญหาเกี่ยวกับการเข้าใช้งานบัญชี LastPass ของผู้ที่เสียชีวิต โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกในครอบครัวต้องการเข้าถึงบัญชีของบุคคลที่จากไป.
เป็นที่ทราบกันดีว่า LastPass ได้ออกมาเตือนผู้ใช้งานเกี่ยวกับแคมเปญฟิชชิ่งนี้ซึ่งเริ่มขึ้นในกลางเดือนนี้ โดยกลุ่มโจรไซเบอร์ใช้วิธีการทำให้ข้อความดูเหมือนมาจาก LastPass เอง โดยหัวข้อของอีเมลนั้นระบุว่า “Legacy Request Opened (URGENT IF YOU ARE NOT DECEASED)” และเนื้อหาเริ่มต้นด้วยการแจ้งว่ามีการอัปโหลดใบมรณบัตรโดยสมาชิกในครอบครัวเพื่อขอคืนการเข้าถึงบัญชี LastPass ของผู้เสียชีวิต.
ข้อความภายในอีเมลดังกล่าวยังมีการระบุว่าหากไม่มีใครเสียชีวิตและเห็นว่ามีความผิดพลาดสามารถตอบกลับอีเมลโดยใช้คำว่า “Stop” ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสนและอาจตกเป็นเหยื่อได้โดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังมีลิงก์ที่พาไปยังเว็บไซต์ที่โจรไซเบอร์ควบคุมซึ่งจะให้ผู้ที่คลิกลิงก์นั้นป้อนรหัสผ่านหลักของ LastPass เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญนั้นไป
ในส่วนของการโทรศัพท์ ก็มีการรายงานว่าโจรไซเบอร์ได้โทรไปยังผู้ใช้งานที่เป็นเป้าหมาย ทำทีว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของ LastPass และกระตุ้นให้ไปยังเว็บไซต์ฟิชชิ่งเพื่อป้อนรหัสผ่านซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้กลวิธีทางสังคมเพื่อหลอกลวง
เมื่อ LastPass เตือนผู้ใช้งาน เกี่ยวกับความปลอดภัยว่าพวกเขาจะไม่มีการขอรหัสผ่านหลักจากผู้ใช้งานนั้น ทาง David Shipley หัวหน้าบริษัท Beauceron Security ยังได้ระบุว่า ความคิดในการกระทำแบบนี้ถือเป็นกลลวงฟิชชิ่งที่สร้างสรรค์มากที่สุดที่เขาเคยเห็นในปีนี้
อย่างไรก็ตาม Roger Grimes ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยข้อมูลจาก KnowBe4 ชี้ให้เห็นว่าแม้จะเป็นเทคนิคที่น่าสนใจ แต่ความซับซ้อนของการโจรกรรมอาจจะไม่ได้แปลกใหม่สุดๆ ด้วยความคิดริเริ่มที่บางครั้งไม่มีข้อจำกัด และการหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดียคือสิ่งที่สามารถพบเห็นได้บ่อย
ในโลกไซเบอร์นี้ การศึกษาและระมัดระวังในการตอบสนองต่ออีเมลหรือข้อความที่ไม่คุ้นเคยถือเป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากนี้ CSOs และผู้บริหารด้าน IT ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ใช้งานสามารถเข้าสู่ระบบด้วยการตรวจสอบแบบสองขั้นตอนเพื่อป้องกันการเข้าถึงบัญชีจากการขโมยรหัสผ่าน
หากองค์กรที่ใช้ LastPass ไม่มีการตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น การขอข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมหรือการต้องส่งรหัสผ่านที่ซับซ้อนกว่า ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีได้
การป้องกันการโจมตีฟิชชิ่งที่มุ่งหมายไปที่รหัสผ่านในโปรแกรมจัดการรหัสผ่านต้องอาศัยความระมัดระวังจากผู้ใช้งานและการมีแนวทางในการเพิ่มอุปสรรคในกระบวนการเข้าสู่ระบบผ่านการใช้รหัสผ่านหลักและกระบวนการตรวจสอบตัวตนแบบหลายขั้นตอน
LastPass ได้มีการตัดการเชื่อมต่อของเว็บไซต์ฟิชชิ่งที่ใช้ในแคมเปญนี้และได้มีการแจ้งให้ผู้ใช้งานส่งอีเมลฟิชชิ่งหรือข้อความที่มุ่งเป้าไปที่ผลิตภัณฑ์ของตนไปยัง [email protected] เพื่อป้องกันอันตรายในอนาคต
ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น CSOs และผู้บริหารด้าน IT ควรรีบแจ้งเตือนพนักงานเกี่ยวกับภัยคุกคามนี้ พร้อมทั้งชี้แนะให้พวกเขารายงานอีเมลที่น่าสงสัยหรือการโทรศัพท์ที่อ้างว่าเป็น LastPass เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ คณะทำงานได้ระบุว่า URL ที่เกี่ยวข้องกับแคมเปญนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ CryptoChameleon ซึ่งมุ่งเน้นการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล และมีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมอันตรายที่เคยถูกบันทึกมาในอดีต
สำหรับผู้ที่ใช้งาน LastPass และบริการจัดการรหัสผ่านอื่นๆ การตระหนักถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นและการตั้งค่ามาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน จะช่วยปกป้องข้อมูลและทรัพย์สินในโลกไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่การโจมตีทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและน่ากลัวมากขึ้น