ในวันที่ผ่านมา OpenAI เปิดตัว ChatGPT Atlas เว็บเบราว์เซอร์ที่สร้างความหวังให้กับผู้ใช้มากมาย โดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจ ซึ่ง Atlas ออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เมื่อพูดถึงการนำมาใช้ในองค์กร ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแอปพลิเคชันใหม่นี้
Atlas สามารถช่วยในการทำงานออนไลน์ด้วยตัวเอง เช่น เมื่อผู้ใช้กำลังดูสูตรอาหารและต้องการสั่งซื้อวัตถุดิบ ระบบจะทำการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Instacart แบบอัตโนมัติ หรือแม้แต่สามารถโหลดข้อมูลและแก้ไขเอกสารใน Google Docs ตามคำขอของผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม ความสะดวกเหล่านี้มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
นักวิเคราะห์ Bob O'Donnell จาก Technalysis Research กล่าวว่า Atlas อาจมีความเปราะบางต่อการถูกโจมตีจากคำสั่งที่ไม่พึงประสงค์ โดยอาจนำไปสู่การโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวหรือทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ยังได้แสดงความเห็นว่าธุรกิจต่างๆ อาจจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากห้ามเข้าถึง Atlas จนกว่าจะได้รับการกักกันหรือการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด
ตามที่ Oded Vanunu ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์จาก Check Point กล่าวว่า สถานการณ์เช่นนี้ทำให้บริษัทควรดูแลการเข้าถึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและควรสร้างนโยบายการใช้ที่ชัดเจน รวมไปถึงการสร้างมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
Jack Gold นักวิเคราะห์จาก J. Gold Research ได้แนะนำว่า ไม่ควรมีการนำเบราว์เซอร์ใหม่มาใช้งานในองค์กรโดยไม่มีการทดสอบที่ชัดเจนก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาด้านความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงการประเมินว่าแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องกับเบราว์เซอร์นี้หรือไม่
Atlas ถือเป็นหวังใหม่สำหรับการทำงานในองค์กร เนื่องจากมันมีความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ ทำให้สามารถดำเนินการได้หลายขั้นตอนและติดต่อประสานงานระหว่างแท็บต่างๆ ได้ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ Arnal Dayaratna จาก IDC ได้ชี้ให้เห็นว่า เว็บเบราว์เซอร์นี้ยังไม่ได้ถูกทดสอบในสถานการณ์จริงที่มีการควบคุมขนาดใหญ่ ซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าได้ถูกแก้ไข
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจาก OpenAI ได้ตอบสนองต่อความกังวลนี้ โดย Dane Stuckey ได้ยอมรับเรื่องแนวโน้มที่จะมีการโจมตีเกิดขึ้นและระบุว่า AI อาจทำผิดพลาดที่ไม่คาดคิด เช่น สั่งซื้อสินค้าที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เช็คข้อมูลกับผู้ใช้ก่อนที่จะดำเนินการใดๆ อย่างไรก็ตาม OpenAI มีมาตรการในการลดความเสี่ยงที่มีอยู่แล้ว เช่น ระบบที่เพิ่มความปลอดภัยเมื่อเจอข้อมูลส่วนบุคคลบนหน้าเว็บ
สำหรับธุรกิจแล้ว การนำ Atlas มาใช้ในช่วงแรกนี้อาจจะต้องใช้แนวทางการทดลองก่อน ไม่ควรนำไปใช้เป็นเบราว์เซอร์หลักในทันที โดยที่องค์กรควรประเมินความสามารถและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในระยะยาว ทั้งนี้ OpenAI กำลังดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีเป้าหมายในการแข่งขันกับ Microsoft 365 และ Google Workspace เพื่อสร้างความสามารถเพิ่มเติมภายในเบราว์เซอร์
ในขณะนี้ หลายคนยังคงตั้งความหวังกับ Atlas แต่คงต้องรอดูว่ามันจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้หรือไม่ในตลาด เพราะผู้ใช้หลายคนอาจเลือกที่จะรอให้เบราว์เซอร์ที่ตนใช้มีฟีเจอร์ที่คล้ายกันมากกว่าที่จะหันมาใช้ Atlas ในทันที
หากพูดถึงการแข่งขันในด้านเทคโนโลยี สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ OpenAI เท่านั้น แต่อาจจะเกี่ยวข้องกับเบราว์เซอร์ AI อื่น ๆ ที่กำลังพัฒนา อาทิเช่น เบราว์เซอร์ Comet จาก Perplexity ที่มีฟีเจอร์คล้ายกัน รวมถึง Dia จาก Atlassian ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยและผ่านการพัฒนามาจากการซื้อกิจการ The Browser Co.
ในอนาคตยังไม่มีใครรู้ว่า OpenAI จะขยายและพัฒนา Atlas ให้ทันสมัยและแข็งแกร่งได้มากเพียงใด เพียงแต่ผู้ประกอบการและผู้ใช้ทั่วไปควรคำนึงถึงข้อควรระวังเกี่ยวกับแอปพลิเคชันใหม่ ๆ เหล่านี้ในขณะเดียวกัน ควรติดตามข่าวเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
ในมาตรฐานโลกของการเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ มักจะมีผู้ใช้งานตัดสินใจลองใช้ แต่สำหรับ Atlas นั้นแทบจะต้องมีการทดลองใช้อย่างละเอียดก่อนเข้าถึงตลาดกว้าง เมื่อตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยในข้อมูลและการทำงานที่มีประสิทธิภาพ