มิดฟิลด์ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ "เจ้าป่า" น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กำลังได้รับความสนใจจากทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อาทิ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีความต้องการดึงตัวเขาไปเสริมทัพในฤดูกาลหน้า เกมล่าสุดที่ทีมแพ้แก่คู่แข่งอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 2-3 ทำให้บรรยากาศภายในทีมตึงเครียดมากยิ่งขึ้น แต่ถึงกระนั้น ความสามารถของเขาก็ไม่สามารถมองข้ามได้
หลังจบเกม เปเรยร่า ผู้จัดการทีมฟอเรสต์ถูกถามถึงอนาคตของแอนเดอร์สัน และความกังวลที่ทีมใหญ่จะดึงตัวผู้เล่นนี้ออกไป ในการตอบคำถามนั้นเขาได้กล่าวว่า “ผมไม่มีคำตอบ ตลาดก็คือตลาด และอะไรก็เกิดขึ้นได้” เขายืนยันว่าฟอเรสต์ต้องการให้แอนเดอร์สันอยู่กับทีมต่อไป เนื่องจากเขาถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีคุณภาพและแคแร็คเตอร์ที่ยอดเยี่ยม
สโมสรมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาผู้เล่นคนนี้ อย่างไรก็ตาม การทำงานของเขาอยู่ภายใต้ระบบการเล่นที่ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงทักษะอย่างเต็มที่ เปเรยร่ายกย่องว่าเขามีพรสวรรค์ที่จะเป็นผู้เล่นระดับท็อป และในแต่ละครั้งที่เขาลงสนาม สามารถทำประตูได้มากขึ้น “เขาสามารถเสี่ยงมากขึ้นในแดนหน้า เพราะเขามีลูกยิงที่ดีมาก” นายใหญ่ฟอเรสต์กล่าวเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ระบบการเล่นของทีมในปัจจุบันนั้นยึดติดกับการใช้กองกลางสองคน ซึ่งทำให้แอนเดอร์สันอาจจะไม่สามารถแสดงออกถึงศักยภาพของตัวเองได้มากนัก “ถ้าเขาเสียตำแหน่งทุกครั้ง เมื่ออีกคนเสียตำแหน่ง เราก็ไม่มีกองกลาง นั่นหมายความว่ามันเป็นระบบที่ไม่ได้ให้เขาอิสระเต็มที่ในการสร้างเกม” เปเรยร่ากล่าว
แอนเดอร์สันยังมีโอกาสที่ดีที่จะเรียนรู้และเติบโต ซึ่งเขาจะต้องเข้าใจว่าเมื่ออีกคนสูญเสียตำแหน่งเขาก็ไม่ควรทำเช่นเดียวกัน เพราะนี่คือสิ่งที่จะทำให้เขายกระดับการเล่นไปอีกขั้น แม้ในวัยนี้เขายังมีโอกาสพัฒนา และตามที่ เปเรยร่า กล่าว “เขามีพรสวรรค์มากมายและยังหนุ่มพอที่จะโบยบินด้วยปีกอันใหญ่โต”
สำหรับผู้ที่ติดตามตลาดนักเตะ การวิเคราะห์ฟอร์มการเล่นของแอนเดอร์สันจะคอยเป็นจุดสนใจในอนาคตอย่างแน่นอน และการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของเขาอาจเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันฟอเรสต์ในฤดูกาลหน้า หากเขาสามารถค้นพบความลงตัวในระบบที่เหมาะสม และสามารถแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้
ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่อนาคตของแอนเดอร์สันจะถูกจับตามองในตลาดซื้อขายนักเตะที่กำลังจะมาถึง และแฟนบอลต้องรอติดตามกันต่อไปว่าเขาจะสามารถสร้างชื่อเสียงที่มากกว่านี้ได้หรือไม่