ไมเคิล คาร์ริค อดีตกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่เข้ามาคุมทีมชั่วคราวแทน รูเบน อาโมริม ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเขาได้คุมทีมไปแล้วทั้งหมด 15 นัด สามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 10 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้เพียง 2 นัดเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในชัยชนะที่สำคัญคือการเอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-2 ในศึกแดงเดือด ซึ่งทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด การันตีการกลับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า
นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม คาร์ริค สามารถพาทีมเอาชนะสโมสรชั้นนำอื่นๆ ได้อีกมากมาย รวมถึง อาร์เซน่อล, แมนฯ ซิตี้, แอสตัน วิลล่า, เชลซี และ สเปอร์ส ทำให้เขาถือเป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมถาวรของยูไนเต็ด นอกจากนี้ การทำงานที่ยอดเยี่ยมของเขายังทำให้บอร์ดบริหารของสโมสรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบต่อไปเพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอนาคตของทีม
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ความชัดเจนเริ่มเห็นแล้วว่าตำแหน่งผู้จัดการทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะตกเป็นของ คาร์ริค แน่นอน โดยมีรายงานว่าเขากำลังจะเซ็นสัญญาเบื้องต้นระยะเวลา 2 ปี พร้อมกับอ็อปชั่นสามารถขยายสัญญาอีก 12 เดือน หากผลงานอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดย ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวฟุตบอลชื่อดังได้ยืนยันว่า การเตรียมการทั้งหมดสำหรับการตั้ง คาร์ริค ให้เป็นกุนซือถาวรเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งเขาได้ใช้วลีที่คุ้นเคยกับแฟนบอลว่า "here we go"
โดยในวันที่อาทิตย์ที่จะถึงนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะลงสนามนัดถัดไปที่สนามโอลด์ แทรฟเฟิร์ด โดยจะเปิดรับการมาเยือนของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ซึ่งเพียงแค่ผลเสมอในเกมเหย้านัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้ ก็จะทำให้พวกเขาการันตีจบในอันดับสามของพรีเมียร์ลีก โดยการันตีความสำเร็จของทีมในฤดูกาลนี้ ถือเป็นผลกระทบที่ดีในอนาคตของสโมสร