ในความเคลื่อนไหวล่าสุดของเรอัล มาดริด, อัลบาโร่ อาร์เบลัว เทรนเนอร์คนปัจจุบันของทีมได้ออกมาสนับสนุนคำกล่าวอ้างของประธานสโมสร ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ที่ชี้ว่า “ทีมชุดขาว” ถูกปล้นแชมป์ ลาลีกา รวมถึงการแข่งขันอื่น ๆ ถึง 7 สมัย เนื่องจากข้อกล่าวหาทุจริตที่เกี่ยวข้องกับบาร์เซโลน่า และการจ่ายเงินให้กับ โฆเซ่ มาเรีย เอ็นรีเกซ เนเกรยร่า ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานซีทีเอ นานถึง 17 ปีตามรายงานจาก 'เดียรีโอ อาส'.
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากบาร์เซโลนาได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าพวกเขามีแผนที่จะดำเนินการทางกฎหมายกับฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ที่กล่าวว่าเรอัล มาดริด ถูกปล้นแชมป์เป็นจำนวนมาก และจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เป็นไปโดยไม่ถูกตรวจสอบเพื่อประโยชน์ของวงการฟุตบอล โดยพวกเขาจะส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยัง UEFA ด้วย.
ในการสัมภาษณ์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อาร์เบลัว ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ว่า “ผมไม่ได้มาแสดงความเห็นเกี่ยวกับแถลงการณ์ของประธานสโมสร แต่แฟน ๆ ของเรอัล มาดริด ที่ได้ฟังเขาจะเห็นด้วยว่าเขากำลังปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิกสโมสร” เขายังชี้ว่า “ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เราเห็นมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกันในวงการฟุตบอล.”
เมื่อถูกสอบถามเฉพาะเจาะจงว่าเขาเห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างของฟลอเรนตีโน่ หรือไม่ อาร์เบลัวตอบว่า “แน่นอน เราทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และมันไม่ถูกกฎหมาย” เขายังระบุด้วยว่าสถานการณ์นี้ทำให้แฟน ๆ รู้สึกว่าข้อกฎของวงการฟุตบอลดำเนินการแตกต่างกันอย่างชัดเจน.
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามว่าเขาจะเข้าร่วมลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันอังคารนี้หรือไม่ อาร์เบลัวกล่าวว่า “ผมไม่ใช่สมาชิก ดังนั้นจะไม่มีการลงโหวต แต่สำหรับแฟน ๆ ของเรอัล มาดริด ก็เข้าใจในสิ่งที่ฟลอเรนตีโน่ได้ทำตลอด 26 ปีที่ผ่านมา.” เขายืนยันว่า หากมีใครที่สามารถพลิกสถานการณ์นี้ได้ ก็คือ ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ.
จากความเคลื่อนไหวเหล่านี้ เป็นที่ชัดเจนว่าเรอัล มาดริดจะยังคงพักรับดูปัญหานี้ และข้อความจาก อาร์เบลัว และ ฟลอเรนตีโน่ จะยังคงเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงในวงการฟุตบอลต่อไป โดยเฉพาะในบริบทของการวิเคราะห์การแข่งขันต่าง ๆ ที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นธรรมในวงการฟุตบอลยุคนี้