ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนที่ผ่านมา อาร์เซน่อล เจ้าบ้านสามารถเฉือนชนะ แอตเลติโก มาดริด ไป 1-0 หลังจากรวมผลสองนัดชนะ 2-1 ทำให้ทัพปืนใหญ่เข้าชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2006 โดยที่พวกเขารอพบกับผู้ชนะระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
เกมนี้ อาร์เซน่อลเริ่มเกมได้ดีกว่าทุกประการ แต่ประตูขึ้นนำเกิดขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรก จากจังหวะที่ วิคเตอร์ โยเคเรส เปิดบอลจากทางขวาทั้งลึกเข้ามาเสาสองให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ เก็บบอลได้และซัด ผ่านการป้องกันของ ยาน โอบลัค ก่อนที่ บูคาโย่ ซาก้า จะเข้าซ้ำเข้าประตูไป ซึ่งเป็นประตูสำคัญที่ทำให้ อาร์เซน่อล นำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
หลังกลับมาครึ่งหลัง แม้ แอตเลติโก มาดริด จะมีโอกาสทำประตูหลายครั้ง แต่ขาดความเฉียบคมในการเข้าทำ ทั้งยังต้องขอบคุณการป้องกันที่เหนียวแน่นของกองหลังอาร์เซน่อล โดยเฉพาะ กาเบรียล มากัลเญส ที่ช่วยบล็อกจังหวะสำคัญให้ทีมมีคะแนนนำไว้ได้
ขณะที่ตัวสำรองอย่าง มาร์ติน โอเดการ์ด ลงสนามมาและพยายามสร้างสรรค์จังหวะยิง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสกอร์ได้มากขึ้นในช่วงที่เหลือของเกม ในที่สุด เวลาหมดทั้ง 90 นาที อาร์เซน่อล งานเข้าชิง และนั้นคือชัยชนะที่พวกเขาหมายมั่นมาตลอดทั้งฤดูกาลนี้
การวิเคราะห์จังหวะการเล่นของทีม อาร์เซน่อล นั้นค่อนข้างชัดเจนว่าตรึงใจผู้ชมจากทั่วโลก การทำงานร่วมกันของนักเตะ รวมถึงความตั้งใจในการเล่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญที่สุดในการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากที่พวกเขาไม่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์นี้มาเป็นเวลานาน
สุดท้ายนี้ สำหรับแฟนบอลอาร์เซน่อลได้มีความหวังใหม่ในการก้าวเข้าสู่การเป็นแชมป์อีกครั้งในรายการที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป และเมื่อพวกเขาเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จะต้องรอดูว่า การพบกันกับ บาเยิร์น มิวนิค หรือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะเป็นไปในทิศทางใดในการประลองกันของสองทีมที่มีศักยภาพมหาศาลในฟุตบอลยุโรป