แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในฟุตบอลอังกฤษด้วยการเอาชนะ ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล ได้ถึง 3 ครั้งติดต่อกันในฤดูกาลนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 89 ปีที่พวกเขาสามารถคว้าชัยเหนือทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเช่นนี้ ในท้ายที่สุด ลิเวอร์พูล ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากจนทำให้แฟนบอลและนักวิเคราะห์ฟุตบอลต่างวิพากษ์วิจารณ์ฟอร์มการเล่นของทีม
ในตอนเริ่มต้นของเกม ลิเวอร์พูลเริ่มต้นได้ดี และมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ธรรมดาในช่วง 35 นาทีแรก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ซิตี้ ขึ้นนำในการแข่งขันแล้ว สิ่งต่าง ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล กล่าวว่าการเล่นของทีมในช่วงหลังดูไร้ความมั่นใจอย่างเห็นได้ชัด "เป็นการยากที่จะสรุปฟอร์มการเล่นของ ลิเวอร์พูล" เขากล่าวและเสริมว่า "ยิ่งหลังจากที่ ซิตี้ ขึ้นนำแล้ว ก็เหลือเพียงทีมเดียวที่จะเป็นผู้ชนะ”
การแพ้ในเกมนี้ไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ธรรมดา เพราะนี่เป็นความพ่ายแพ้ในรายการเอฟเอ คัพ ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบอย่างเจ็บปวด โดยมีการระบุถึงปัญหาภายในทีม และถึงการขาดความมั่นใจในตัวผู้เล่น รวมถึงฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวา
นอกจากนี้ยังมีการวิจารณ์ในส่วนของกัปตันทีม เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ซึ่งทำเสียจุดโทษนำไปสู่สกอร์ 0-1 ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดในเกมนี้ นี่คือจุดโทษที่ 4 ที่ ฟาน ไดค์ เสียในฤดูกาลนี้ ซึ่งเท่ากับจำนวนจุดโทษที่เขาเสียใน 8 ปีที่ผ่านมา รวมกันทั้งหมด ทำให้เกิดคำถามว่าเขายังสามารถเป็นผู้นำทีมในเวลานี้ได้หรือไม่
เมื่อพิจารณาจากฟอร์มการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมนี้ดูแข็งแกร่งและมีความสามารถในการพัฒนาฟอร์มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในสายตาของแฟนบอล ซิตี้ ย่อมหวังว่าพวกเขาจะสามารถก้าวข้ามเอาชนะทีมอย่าง อาร์เซน่อล ในลีกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณภาพของทีมที่มีในมือ ทำให้พวกเขายังคงเป็นทีมที่ต้องจับตามองในฤดูกาลนี้
แม้จะมีเสียงวิจารณ์มากมาย แต่อนาคตของ ลิเวอร์พูล ก็ยังขึ้นอยู่กับการปรับปรุงในฟอร์มการเล่นและการสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะในทีม หากพวกเขาต้องการกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องในการแข่งขันทั้งในลีกและฟุตบอลถ้วยที่พวกเขามีความหวัง