แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์แบ็คจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สร้างชื่อเสียงในวงการฟุตบอลอีกครั้งเมื่อเขามีรายชื่อในทีม 35 คนสำหรับการประจำตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษ และได้ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องกับอุรุกวัยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 แม็กไกวร์แสดงความดีใจอย่างชัดเจนและฝ่ายทีมชาติก็มีความสุขกับฟอร์มการเล่นของเขาในครั้งนี้ แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดความขัดแย้งขึ้นเมื่อโธมัส ทูเคิ่ล ของเชลซีได้ออกมาบอกว่า นักเตะหลายๆ คนในทีมของเขามีฟอร์มที่ดีกว่าเซนเตอร์วัย 33 ปี
แซม อัลลาไดซ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์มาก ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำพูดจาก ทูเคิ่ล ว่าการแสดงออกเช่นนี้ถือเป็นการไม่ให้เกียรติแม็กไกวร์เลยทีเดียว นักเตะวัย 33 ปีต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อสโมสรไม่เปิดโอกาสให้เขาและถูกรุมวิพากษ์วิจารณ์จากหลายด้าน อัลลาไดซ์เห็นว่า แม็กไกวร์ได้สูญเสียตำแหน่งกัปตันทีมชาติอังกฤษไปด้วย
“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขา” อัลลาไดซ์กล่าว “เขาอดทนเผชิญทุกรูปแบบของคำวิจารณ์จากคนรอบข้าง และสุดท้ายเขาก็ได้พิสูจน์ว่าความคิดของคนเหล่านั้นไม่ถูกต้อง” ความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมาส่วนใหญ่นั้นทำให้เขาต้องพิจารณาถึงการเข้าร่วมทีมชาติในอนาคต และทางอัลลาไดซ์ก็แนะนำให้แม็กไกวร์ต้องคิดให้ดีเกี่ยวกับอนาคตของเขาที่สำคัญนี้
แม้ว่าจะแฮร์รี่จะกล่าวว่า คำพูดที่ออกมาจาก ทูเคิ่ล จะไม่สร้างปัญหาให้เขา แต่ก็ชวนให้เกิดข้อสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นนักฟุตบอลที่ใจดีเกินไปในสายตาของสาธารณชน ในช่วงเวลาที่เขาต้องการผลักดันชื่อเสียงของตนเองขึ้นมาใหม่ แม็กไกวร์ควรใช้ทุกอย่างที่เขามีในการพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็นว่าความตั้งใจของเขานั้นมีคุณค่า
ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันและความคิดเห็นจากอัลลาไดซ์ ทำให้แฟนบอลต้องติดตามสถานการณ์ของแม็กไกวร์ต่อไปอย่างใกล้ชิด บทบาทของเขาในทีมชาติอังกฤษและในสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญหากเขายังคงต้องเผชิญกับคำวิจารณ์อย่างไม่หยุดยั้ง ในวงการฟุตบอลความกดดันนี้เป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยงได้ แต่แม็กไกวร์จะสามารถยืนหยัดสู้ด้วยความแข็งแกร่งได้หรือไม่? ต้องติดตามกันต่อไป