ในที่สุด อินเตอร์ ไมอามี่ ก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศเมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ (MLS) เป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จนี้ ทีมได้ทำการเยือนทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันในวันเสาร์ที่ผ่านมาก่อนการแข่งขันกับ ดีซี ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะสร้างความทรงจำใหม่ในวงการฟุตบอลอเมริกัน
ทีมที่มีเดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษเป็นเจ้าของร่วม ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเมสซี่และเพื่อนร่วมทีมได้ยืนอยู่บนเวทีขณะที่ทรัมป์กล่าวกับสื่อถึงความสำเร็จของพวกเขา โดยยังมีการพูดถึงเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ แสดงให้เห็นว่ากีฬาและการเมืองสามารถมาบรรจบกันได้ในบางเวลา
สำหรับลีโอเนล เมสซี่ ตำนานนักเตะอาร์เจนติน่า วัย 38 ปี ได้เซ็นสัญญากับ ไมอามี่ ในเดือนตุลาคม โดยมีข้อตกลงไปจนถึงปี 2028 ซึ่งสัญญานี้มีความสำคัญยิ่งในการสร้างชื่อเสียงให้กับลีกและทีม เมสซี่ถือเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ของ MLS ที่ได้รับรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) สองฤดูกาลติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของเขาในการผลักดันทีมไปสู่ความสำเร็จ
ทรัมป์ยังได้กล่าวถึงความสามารถของเมสซี่ว่า "เลโอคว้าแชมป์ที่ 47 ในอาชีพที่น่าทึ่งของเขา ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดตลอดกาล" เขายังให้เครดิตกับการเลือกที่จะมาร่วมทีมไมอามี่ โดยกล่าวว่า "คุณสามารถไปที่ไหนก็ได้ในโลก แต่คุณเลือกไมอามี่ ผมขอบคุณที่พาพวกเราทุกคนร่วมเดินทางไปด้วยกัน"
ในที่สุดเขายังได้ยกตัวอย่างถึงตำนานฟุตบอลอย่างเปเล่ ว่า "ผมเคยดูเปเล่เล่น แต่ผมไม่รู้ คุณอาจจะเก่งกว่าเปเล่ก็ได้, เปเล่เก่งมากจริงๆ" คำพูดนี้ไม่เพียงแค่ให้เกียรติตำนานฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังย้ำถึงการยอมรับในฝีมือของเมสซี่ ในขณะที่ฟุตบอลกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในสหรัฐอเมริกา ด้วยการเพิ่มขึ้นของลีกและนักฟุตบอลระดับโลก
ด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นของเมสซี่ ที่ทำให้แฟนๆ ทั่วโลกหวังว่าอนาคตของฟุตบอลในอเมริกาจะยิ่งเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น พร้อมทั้งติดตามผลงานของ อินเตอร์ ไมอามี่ ในการที่จะทำให้ฤดูกาลถัดไปน่าติดตามยิ่งขึ้น สถานการณ์ในวงการฟุตบอลเมเจอร์ลีกถือว่าอยู่ในยุคที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และเรายังต้องรอดูว่ายอดนักเตะอย่างเมสซี่จะสร้างความสำเร็จอะไรให้กับองค์กรที่เขาเลือกในระยะเวลาอันใกล้นี้