เกมการแข่งขันในสนาม อาโนเอต้า เป็นเกมที่บาร์เซโลน่าไม่คาดคิดว่าจะต้องพบกับความพ่ายแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขามีสถิติชนะติดต่อกันถึง 11 นัด ก่อนหน้านี้ การยกเลิกประตูของ ลามีน ยามาล และการตัดสินที่เป็นที่ถกเถียงถึงจุดโทษ พาทีมเจ้าบ้าน เรอัล โซเซียดาด คว้า 3 แต้มไปอย่างหวุดหวิด
มิเกล โอยาร์ซาบาล เปิดฉากยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำก่อนหมดครึ่งแรก ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตีเสมอให้กับบาร์เซโลน่าในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ทำให้แฟน ๆ ของซีเนียร์คาตาลันมีหวังในการกลับมาเป็นฝ่ายชนะ อย่างไรก็ตาม ความหวังดังกล่าวก็ต้องพังทลายลงเมื่อ กอนซาโล่ เกเดส ยิงประตูชัยให้กับเจ้าบ้าน ก่อนที่ ฌูลส์ กุนเด้ จะมีจังหวะโหม่งชนคาน และ อเล็กซ์ เรมีโร่ ผู้รักษาประตูของโซเซียดาด เซฟได้อย่างเหนือชั้น
หลังจบเกม แฟร้งกี้ เดอ ยอง กัปตันทีมบาร์เซโลน่า ได้ให้สัมภาษณ์กับ ดีเอแซดเอ็น เอสปันญ่า โดยบอกถึงความผิดหวังที่ทีมของเขาไม่สามารถแปรเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้ “เรามีโอกาสมากมาย แต่เราต้องทำประตูให้ได้ เราเล่นได้ดี เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่เราทำไม่ได้ก็คือการชนะ” เขากล่าว โดยชื่นชมผู้รักษาประตูของคู่แข่งที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม
เมื่อถูกถามถึงการตัดสินที่เปลี่ยนแปลงผลการแข่งขัน เขายอมรับว่า “สุดท้ายแล้ว ถ้ามันล้ำหน้าก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ แต่ผมไม่เห็นภาพนั้นจริง ๆ เราได้รับข้อมูลว่าไม่ล้ำหน้า และผมก็แจ้งกับผู้ตัดสินที่ 4 ว่ามีเหตุการณ์คล้ายกันในปีที่แล้ว”
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปที่มานซาโน่ ผู้ตัดสินในเกมนั้น เดอ ยอง ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้และกล่าวว่า “ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำตัวแบบนั้น มันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดมากเมื่อคุณไม่สามารถสื่อสารกับผู้ตัดสินได้”
ท้ายที่สุด เขายืนยันว่าทีมของเขาควรจะได้คะแนนในนัดนี้ “เราพลาดโอกาสไปหลายครั้ง แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสุด ๆ โดยเฉพาะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ผมบอกเขาให้ดูนาฬิกา มันใช้เวลาหนึ่งนาทีในการเตะจากประตู แต่ไม่มีกระบวนการเล่นที่ยืดเยื้อ ซ้ำยังไม่มีการให้เวลาเพิ่มอีก 10 วินาที ซึ่งผมคิดว่ามันบ้าไปแล้ว”
การพ่ายแพ้ในเกมนี้จะทำให้บาร์เซโลน่าต้องกลับไปวิเคราะห์ฟอร์มของทีม และหันมามองโอกาสที่จะกลับมาทวงคืนความสำเร็จในแมตช์ถัดไป การวิจารณ์น่าจะเป็นแนวทางที่ดีในการปรับปรุงทีมในระยะยาว