ท่ามกลางความกดดันของโค้ชโธมัส แฟร้งค์ ทีมไก่เดือยทอง สเปอร์ส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นที่น่าตื่นเต้นตั้งแต่เริ่มเกม เมื่อสเปอร์สเปิดเกมรุกอย่างดุดันหวังทำประตูแรกแต่แนวรับของเวสต์แฮมยังคงตั้งรับได้ดีในช่วงต้นเกมส์
ในนาทีที่ 15 กลายเป็นเวสต์แฮมที่ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ มาเตอุส แฟร์นานเดส จ่ายบอลให้ ครีเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ซึ่งทำการลากเลื้อยตัดเข้ากลางก่อนจะยิงหักข้อ บอลเตะเฉียดเสาแรกเข้าประตูไปอย่างเฉียบคม ฟอร์มการเล่นของทีมเวสต์แฮมในครึ่งแรกนั้นดูมีชีวิตชีวา แม้จะมีโอกาสจากสเปอร์สเช่นกันแต่ก็ดูไม่มีความเฉียบขาดในการทำประตู
หมดครึ่งแรก สเปอร์สตามหลังเวสต์แฮม 0-1 ทีมฟอร์มดีในครึ่งหลัง เริ่มกลับมามีโอกาสอีกครั้งในนาทีที่ 64 เมื่อ เปโดร ปอร์โร่ เปิดบอลครอสลึกไปให้ คริสเตียน โรเมโร่ ที่เผาขนโหม่งทำประตูตีเสมอให้ สเปอร์ส 1-1
ยังไงก็ตาม สเปอร์สไม่สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูให้มากพอ เนื่องจากผลงานในการเซฟของ อัลฟงส์ อาเรโอล่า นายทวารของเวสต์แฮม ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลานั้น อีกทั้งมีโอกาสหลากหลายจาก ซน ฮึง-มิน และ เคน แต่ก็ไม่สามารถทำประตูได้เข้ากรอบ
เมื่อเกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ เวสต์แฮมกลับมาโชว์ความเด็ดขาดในนาทีที่ 90+3 เมื่อได้ลูกเตะมุม บอลถูกเปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษและแนวรับของสเปอร์สเคลียร์บอลไม่ขาด จนมาถึง คัลลั่ม วิลสัน ที่ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย ส่งบอลเข้าประตูไปทำให้เวสต์แฮมขึ้นนำ 2-1
จนจบเกม เวสต์แฮมเป็นฝ่ายบุกมาชนะสเปอร์ส 2-1 แน่นอนว่าเป็นผลการแข่งขันที่น่าตกใจและช็อคโลกแฟนบอล ส่งผลให้สถานการณ์ของโธมัส แฟร้งค์ กุนซือของสเปอร์สต้องเผชิญหน้ากับการกดดันอย่างหนักหลังจากทำผลงานได้ไม่ดีในช่วงที่ผ่านมา
แฟนบอลต่างตั้งคำถามถึงฟอร์มการเล่นของสเปอร์สโดยเฉพาะการทำประตูให้ได้ในเกมที่ผ่านมา สำหรับการแข่งขันครั้งต่อไป สเปอร์สจะต้องมีการปรับกลยุทธ์ และ ความเฉียบคมในการเข้าโจมตี เพื่อหวังกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ดีกว่าเดิมในพรีเมียร์ลีก