เกมที่สนามกีฬาในเมืองโคโม ทีมปีศาจแดงดำอย่างเอซี มิลาน ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในครึ่งแรก โดยที่พวกเขาตกเป็นรองให้กับโคโม่ และเสียประตูจากลูกโหม่งของ มาร์ก โอลิเวอร์ เคมป์ฟ ก่อนที่คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู จะมาทำจุดโทษได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก ทำให้มิลานกลับมาสู่เกมได้อย่างไม่น่าเชื่อ
แม้จะเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก อัลเลกรี โค้ชของทีมได้ทำการปรับแผนในเกม โดยมีการใช้กองกลาง 4 คนเพื่อพยายามควบคุมบอลและสร้างช่องทางการส่งบอลมากขึ้นด้วยโฟฟาน่า แต่หลังจากที่ทีมเสียประตู สถานการณ์กลับตึงเครียด โดยที่โคโม่มีโอกาสในการโต้กลับที่อันตราย
เมนญ็อง ผู้รักษาประตูของทีมทำการเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยยับยั้งโอกาสจากทีมโคโม่ให้อยู่ในเกม และตามมาด้วยการทำประตูจากอาเดรียง ราบิโอต์ ซึ่งพลิกสถานการณ์ให้มิลานกลายเป็นทีมแรกที่บุกไปชนะโคโม่ในลีกฤดูกาลนี้ มิลานจบเกมด้วยคะแนน 3-1 ซึ่งถือว่าเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมาได้อย่างดี
อัลเลกรีได้กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนวิธีเล่นถึงบทบาทของเอ็นกุนกูว่า "เมื่อเรากลับมาเสมอกับทีมโคโมที่เล่นได้ดีและมีความอันตราย ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นกองหน้า 3 คน เมื่อขึ้นนำ ผมก็กลับไปใช้รูปแบบเดิม" นอกจากนี้ยังมีความตึงเครียดจากจังหวะจุดโทษเมื่อ ราฟาเอล เลเอา ต้องการยิง แต่สุดท้ายอัลเลกรีสั่งให้เอ็นกุนกูเป็นคนยิง
ชายหนุ่มอย่างเลเอาได้พื้นที่การเล่นที่ถูกต้อง และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในการช่วยในการทำประตูที่สองให้กับทีม โดยการส่งบอลให้ราบิโอต์ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทำให้ทีมได้เกิดแรงฮึด และคว้าชัยกลับบ้านได้สำเร็จ
ด้วยชัยชนะนี้ มิลานขยับขึ้นเป็นรองจ่าฝูงโดยมีคะแนนตามหลังอินเตอร์ มิลานเพียง 3 คะแนน พวกเขายังมีลุ้นแชมป์ในเซเรีย อา อย่างต่อเนื่อง โดยฤดูกาลนี้มิลานทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดในรอบ 20 เกมแรก โดยแพ้เพียงนัดเดียว ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดตั้งแต่ยุคที่มีการนับคะแนน 3 แต้มต่อชัยชนะ
ในขณะเดียวกัน แฟนบอลมิลานต่างมีความหวัง แม้จะมีความกดดันจากทีมอื่น ๆ ในลีก แต่ความสามารถเฉพาะตัวและการปรับแท็คติกของอัลเลกรียังคงไว้ใจได้ ขณะที่พวกเขายังคงเดินหน้าท่ามกลางความกดดันในเส้นทางลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเซเรีย อา น่าจับตามองในนัดถัดไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง