ในขณะที่แฟนบอลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงรอคอยความสำเร็จที่ทีมจะกลับมา ได้มีข่าวสำคัญเมื่อกุนซือวัย 40 ปีถูกปลดจากตำแหน่งนายใหญ่ของสโมสร "ปีศาจแดง" หลังจากที่มีรายงานเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างเขากับบอร์ดบริหาร รวมถึงผลงานที่คุมทีมไม่เป็นไปตามที่หวัง โดยเขาสามารถพาทีมชนะได้เพียง 24 จากทั้งหมด 63 นัดที่ผ่านมา
พัลลิสเตอร์ อดีตนักเตะของสโมสรได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของ อาโมริม ซึ่งถือว่าเป็นโค้ชวัยหนุ่มคนนี้ว่า "เขายังเยาว์วัยและอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับตัวและทำความเข้าใจกับแรงกดดันที่เขาต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้" เขายังกล่าวเสริมว่า "แสงสปอตไลท์ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นมีความเฉพาะตัวที่เข้มข้น ซึ่งเขาอาจจะไม่เคยเจอกับสิ่งนี้มาก่อนในชีวิตการทำงานของเขา" นอกจากนี้พัลลิสเตอร์ยังมีความเห็นว่าทีมนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสองสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในขณะที่ อาโมริม ยังคงเผชิญกับความกดดัน เขาได้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก ซึ่งในบางครั้งทำให้เห็นถึงความไม่มั่นใจในการตัดสินใจและการวางแผนสำหรับเกมแข่งขัน “เขาดูเหมือนจะเป็นโค้ชหนุ่มที่มีศักยภาพในอนาคต แต่ฝ่ายบริหารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับเลือกเขาเข้ามาในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้”
พัลลิสเตอร์ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า รูเบน อาโมริม จะไปที่ไหนต่อหลังจากนี้ “เขาอาจกลับไป โปรตุเกส ซึ่งผมมั่นใจว่าจะมีทีมจากประเทศนั้นที่ต้องการตัวเขา จากผลงานที่เขาทำไว้กับ สปอร์ติ้ง” เขายังได้กล่าวถึงประเด็นการฟื้นตัวทางจิตใจหลังจากเหตุการณ์นี้ โดยบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่เขาต้องใช้ในการคิดทบทวนทั้งในด้านอาชีพและในเรื่องส่วนตัว
ในท้ายที่สุดนี่ก็เป็นโอกาสสำหรับ อาโมริม ที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ท้าทายนี้ และหาทางกลับมายืนหยัดในเส้นทางฟุตบอลอีกครั้ง ซึ่งการวิเคราะห์ผลงานในตอนนี้สามารถช่วยให้เขาต่อยอดในอนาคตหรืออาจจะมองหาโอกาสใหม่ในวงการฟุตบอลได้ในที่สุด