ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เวียร์ตซ์ นักเตะคนใหม่ของลิเวอร์พูล ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในเกมที่พบกับเวสต์แฮม ซึ่งถูกยกย่องจากกูรูของสกาย สปอร์ตส์ ว่าเป็นหนึ่งในฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขาในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงเมื่อซัมเมอร์นี้ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของเขาจากกองกลางตัวรุกมาเป็นผู้เล่นฝั่งซ้าย เป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการเล่นของทีมอย่างชัดเจน
เวียร์ตซ์ซึ่งเป็นนักเตะทีมชาติเยอรมนี ได้ยืนตำแหน่งในฝั่งซ้ายของสนาม ซึ่งแตกต่างจากบทบาทเดิมที่เขาเคยสวมใส่ในทีมไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่เล่นเป็นกองกลางตัวรุก โดยคาร์ราเกอร์ได้กล่าวถึงฟอร์มของเวียร์ตซ์ในรายการซูเปอร์ซันเดย์ เอ็กซ์ตร้าไทม์ ว่า “นี่คือสัญญาณแรกที่เราเห็นจากเขาในพรีเมียร์ลีก”
คาร์ราเกอร์ระบุว่า เขามองว่าเวียร์ตซ์สามารถเป็น “ตัวแทนของเดอ บรอยน์” ในพรีเมียร์ลีกได้ ด้วยการครองบอลที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการสร้างโอกาสให้ทีม “เขาจ่ายบอลทะลุช่องได้ 42 จาก 45 ครั้ง ซึ่งถือว่ามากสำหรับนักเตะ” คาร์ราเกอร์เพิ่มเติมว่า “การดึงเขาไปเล่นในตำแหน่งที่ดีที่สุดคือสิ่งที่สำคัญ”
นอกจากนั้น คาร์ราเกอร์ยังได้วิเคราะห์เกี่ยวกับกระทบที่เวียร์ตซ์จะมีต่อผู้เล่นคนอื่นในทีม โดยเฉพาะกับโดมินิค โซบอสไล และเอคิติเก้ ว่าทั้งสองจะปรับตัวอย่างไรเมื่อเวียร์ตซ์เลื่อนตำแหน่ง ระบุว่าหากไม่มีโม ซาลาห์ ลิเวอร์พูลก็จะไม่มีปีกขวาที่แท้จริง ซึ่งข้อเท็จจริงนี้สร้างความท้าทายให้กับทั้งทีม
ด้วยความสามารถในการดึงดูดคู่แข่งและเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตู เวียร์ตซ์กำลังปรับตัวเข้าไปในระบบของลิเวอร์พูลอย่างรวดเร็ว คาร์ราเกอร์เน้นย้ำว่าทีมยังไม่ลงตัวอย่างสมบูรณ์ แต่เขาเชื่อว่าเวียร์ตซ์คือผู้เล่นที่มีศักยภาพในการเป็นกุญแจสำคัญในเกมรุก
สำหรับการลงสนามในเกมถัดไป ลิเวอร์พูลจะมีแข่งขันในอีกสองเกม โดยจะพบกับซันเดอร์แลนด์ในวันพุธ และลีกสุดสัปดาห์นี้จะเป็นเกมเยือนที่ลีดส์ ยูไนเต็ด
การแข่งขันพรีเมียร์ลีกหรือนัดสำคัญๆ อย่างนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนักเตะแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบระหว่างเวียร์ตซ์กับเดอ บรอยน์ ซึ่งสะท้อนถึงการมาถึงของจุดเปลี่ยนที่สำคัญในทางทีมงาน และน่าสนใจว่าจะมีการปรับทีมอย่างไรในอนาคต