ในเกมเซเรียอาที่สนามซานซีโร่ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอซี มิลาน เปิดบ้านเอาชนะ ลาซิโอ ไป 1-0 โดยมีเหตุการณ์สำคัญในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90+5 นาที ที่ทีมเยือนเรียกร้องจุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ สตราฮินย่า พาฟโลวิช แต่ผู้ตัดสิน จูเซ็ปเป้ คอลลู ได้ปฏิเสธคำเรียกร้องนี้หลังจากตรวจสอบด้วยวีเออาร์
การตัดสินใจในเหตุการณ์นี้เป็นที่ถกเถียงกัน เนื่องจากเป็นนาทีสุดท้ายที่ลาซิโอหวังจะตีเสมอ แต่กลับต้องเผชิญกับการปฏิเสธจากผู้ตัดสิน หลังจากนั้นทั้งโค้ชและผู้เล่นของทีมลาซิโอ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อโดยรวม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจที่ชัดเจน
เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว ลาซิโอ ได้โพสต์ภาพจังหวะแฮนด์บอลลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมข้อความว่า "เราขอโทษที่ไม่สามารถไปห้องแถลงข่าวในคืนนี้ได้ แต่เราจะปล่อยให้ภาพพูดแทนเรา" ซึ่งแสดงถึงความไม่ยอมรับในการตัดสินของผู้ตัดสิน
ในระหว่างที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ลูก้า มาเรลลี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตัดสินในวงการฟุตบอลอิตาลีได้ออกมาวิเคราะห์ในเรื่องนี้ โดยให้เหตุผลว่า การที่ไม่ให้จุดโทษในจังหวะแฮนด์บอลนั้นถือว่าเป็นการตัดสินที่ถูกต้อง แต่เขายังตำหนิว่าการที่ผู้ตัดสินอ้างว่ามารูซิชทำฟาวล์นั้นเบาเกินไป โดยบอกว่าผู้เล่นที่ยิงและผู้เล่นที่จะบล็อคนั้นอยู่ใกล้กันเกินไป และคนที่บล็อคหันหลังให้กับลูกบอล
การไม่ให้จุดโทษในจังหวะแฮนด์บอล กับความไม่ชัดเจนของการตัดสินครั้งนี้ทำให้ชัดเจนว่ายังคงมีข้อถกเถียงในวงการฟุตบอลถึงการตีความหมายของกฎต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในสนาม
เซเรียอาฤดูกาลนี้ยังเป็นที่น่าจับตา และในกรณีนี้ถือเป็นอีกบทเรียนสำหรับผู้ตัดสินและสโมสรต่างๆ ที่ต้องมองหาระบบที่ดีขึ้นในการใช้งานวีเออาร์เพื่อให้การตัดสินเป็นไปอย่างถูกต้องยุติธรรม
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้แฟนบอลของลาซิโอรู้สึกผิดหวัง แต่ยังส่งผลกระทบถึงแรงส่งที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจในสนามซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงผลการแข่งขันได้