แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมหลังเปิดบ้านเอาชนะ ไบรท์ตัน 4-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยในเกมนี้ ปีศาจแดงทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ตั้งแต่ต้นเกมจนถึงช่วงท้าย แม้จะถูกไบรท์ตันไล่ตามมาในช่วงท้ายเกม แต่สุดท้ายก็ยังรักษาชัยชนะเอาไว้ได้
เริ่มเกมได้เพียงแค่ นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบได้ประตูนำจากโอกาสของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่โหม่งหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากนั้นในนาทีที่ 15 ปีศาจแดงมีโอกาสได้จุดโทษ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้กรณีที่ อาหมัด ดิยัลโล่ ถูกสกัดในเขตโทษ
จนกระทั่งนาทีที่ 24 เจ้าถิ่นมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากความผิดพลาดของ ไบรท์ตัน ที่สกัดบอลไม่พ้น ขณะที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ป้ายให้ กาเซมีโร่ ก่อนที่เขาจะจ่ายให้ มาเตอุส กุนญ่า ตะบันด้วยขวาส่งบอลสุดเฉียบเข้าไปในประตู
เกมดำเนินต่อไป นาทีที่ 34 แมนฯ ยูไนเต็ด ขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ กาเซมีโร่ ยิงผ่านแนวป้องกันของ ไบรท์ตัน ด้วยการแฉลบของ รุตแตร์ บอลเปลี่ยนทางเข้าไปอย่างสวยงาม และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ในครึ่งหลัง นาทีที่ 48 ยูไนเต็ดมีโอกาสได้ประตูที่สามจากการยิงของ บรูโน่ แต่ถูกเซฟโดย บาร์ต แฟร์บรู๊กเก้น ผู้รักษาประตูไบรท์ตัน สุดความสามารถ ในช่วงนาทีที่ 61 ปีศาจแดงก็มาขยับสกอร์ได้อีกครั้งเป็น 3-0 จากการยิงของ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ที่ทำประตูได้ หลังจากรับบอลจาก เชชโก้
แม้จะดูเหมือน แมนฯ ยูไนเต็ด จะควบคุมเกมไว้ได้ แต่ ไบรท์ตัน ก็ไม่ยอมแพ้เมื่อมาได้ประตูตีไข่แตกจากฟรีคิกสุดสวยของ แดนนี่ เวลเบ็ค ขึ้นมาที่ 1-3 ในจังหวะที่บอลพุ่งข้ามหัว ผู้รักษาประตู ลัมเมนส์
นาทีที่ 90+2 ไบรท์ตัน ขยับเข้าใกล้ด้วยการทำประตูที่สอง จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายให้ ชาราลัมปอส คอสตูลาส โหม่งระยะใกล้เข้าประตูไป ทำให้สกอร์ไล่มาเป็น 2-3
อย่างไรก็ตามในช่วงทดเวลาเจ็บนาทีที่ 90+6 แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาหนีห่างอีกครั้งจากการทำประตูของ เอ็มเบอโม่ ที่ได้บอลจาก เอเดน เฮฟเว่น ส่งบอลตุงตาข่ายอีกครั้ง ส่งให้เจ้าถิ่นซิวชัยไป 4-2
ในเกมนี้ แม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะโชว์ฟอร์มได้ดี แต่ ไบรท์ตัน ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและไม่ง่ายในการต่อกร ทั้งสองทีมต่างมีศักยภาพและการเล่นที่น่าสนุก การแข่งขันที่เข้มข้นยังคงเป็นสิ่งที่แฟนบอลรอคอยในโปรแกรมลีกถัดไป
สำหรับคอฟุตบอลที่ต้องการ *วิเคราะห์บอล** และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการแข่งขันพรีเมียร์ลีก สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ข่าวกีฬาชั้นนำระดับโลก