ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่สองของรอบลีก เฟส ซึ่งจัดขึ้นที่สนามสต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ทีมโมนาโกเปิดบ้านต้อนรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยทั้งสองทีมสามารถเสมอกันไปได้ 2-2 ทำให้ทั้งคู่มีเรื่องให้พูดถึงกันมากมายในเกมนี้
หลังจากเริ่มเกมได้เพียง 15 นาที ฝั่งแมนฯ ซิตี้ก็ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ที่ยอสโก้ กวาร์ดิโอล จ่ายบอลชิพเข้าเขตโทษซึ่งเออร์ลิง ฮาแลนด์หลุดเข้าไปจัดการกระดกลูกบอลข้ามตัวฟิลิปป์ คอห์นเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตาม ความดีใจของทีมเยือนก็อยู่ได้ไม่นานเพราะเพียง 3 นาทีต่อมาเจ้าถิ่นได้ประตูคืนทันทีจากเครแป็ง ดิยัตต้า ซึ่งไหลบอลให้ยอร์แดน เตเซ่ กระทุ้งจากนอกเขตโทษส่งบอลเข้าตาข่าย สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1
ช่วงต้นครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้มีโอกาสทำประตูที่สองในนาทีที่ 33 หลังจากที่ฟิล โฟเด้นได้แทบจะอยู่เหนือเส้นแต่ส่งบอลไปชนคานอย่างจัง และต้องหวิดพลาดในช่วงท้ายครึ่งแรกเมื่อแบร์นาร์โด้ ซิลวาเปิดบอลเข้าไปให้ฮาแลนด์ซ้ำสองครั้งที่มีจังหวะเฉียด ไม่สามารถส่งบอลเข้ากรอบได้
แต่ในนาทีที่ 44 ฮาแลนด์ก็ทำสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการโหม่งสกัด บอลกระดอนเข้าไปในประตูทำให้แมนฯ ซิตี้นำอีกครั้งด้วยสกอร์ 2-1 ก่อนที่เสียงนกหวีดจะดังขึ้นจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
กลับมาในช่วงครึ่งหลัง ทีมโมนาโกดูเหมือนจะมีการตั้งหลักใหม่ และในนาทีที่ 54 โฟลาริน บาโลกุนมีโอกาสได้ยิงแต่ไม่ตรงกรอบ และต่อมาในนาทีที่ 67 ทีมเรือใบซึ่งเอื้อมมือเข้ามาอีกครั้งโดยไรน์เดอร์สได้ลากบอลไปยิง แต่ก็ยังถูกแนวรับของโมนาโกช่วยเซฟไว้ได้
ขณะที่เวลาเหลือน้อยนิด นับจนถึงนาทีที่ 90 ทีมเยือนต้องพบกับความดับความหวังเมื่อถูกตัดสินจุดโทษจากการแฮนด์บอลของนีโก้ กอนซาเลซ อีริค ดายเออร์จัดการพาบอลไปทางขวาของตัวเอง ทำให้จอร์โจ้ ดอนนารุมม่าต้องพยายามเซฟแต่ไม่สามารถหยุดลูกยิงของเขาได้ เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง สกอร์จบลงที่ 2-2 ทั้งสองทีมผ่านเข้ามาในช่วงที่สำคัญในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพิ่มทีมโมนาโกทำแต้มแรกในฤดูกาลนี้ ส่วนแมนฯ ซิตี้ เก็บได้ 4 คะแนนจากทั้งหมด 2 นัดแรก
นับว่าเป็นเกมที่น่าติดตามและเปี่ยมด้วยอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงที่สุดยอดจากฮาแลนด์หรือความเด็ดขาดของเตเซ่ที่จะช่วยเพิ่มสีสันให้กับฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกต่อไป ต้องดูว่าทีมใดจะทำคะแนนได้มากขึ้นในนัดถัดไป