ราคาการ์ดจอ Nvidia RTX 5090 เพิ่มสูงขึ้นทำให้ PC Gaming น่าสงสาร

ราคาการ์ดจอ Nvidia RTX 5090 เพิ่มสูงขึ้นทำให้ PC Gaming น่าสงสาร

การที่ใครหลายคนรอคอยในการอัปเกรด PC อาจต้องระวังให้ดี เพราะราคา GPU Nvidia RTX 5090 ที่เพิ่งเปิดตัวได้รับการตรวจสอบแล้วว่าขึ้นสูงถึงระดับใหม่ ค่าตัวของการ์ดจอในซีรีส์ 50 ไม่เคยที่จะถูกอยู่แล้ว แต่กับราคาปัจจุบันที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติจากวิกฤต RAM ที่เกิดขึ้นในตลาดโลก ทำให้ราคานั้นยิ่งขยับสูงขึ้นไปอีกอย่างมาก ในขณะที่วงการ PC Gaming ยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

Nvidia เพิ่งเปิดเผยรายละเอียดของซีรีส์ 50 เมื่อปีที่ผ่านมา และตามความคาดหมาย การ์ดจอบางรุ่นที่ทรงพลังที่สุดก็มีราคาขายอยู่ที่ $1,999 ซึ่งนับว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลเทียบเท่ากับการซื้อ PlayStation 5 ถึงสองเครื่อง และแม้ว่าราคานี้จะดูสาหัส แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ ด้วยการที่การ์ดนี้มีหน่วยความจำ VRAM ขนาด 32GB DDR7 ที่ทรงพลัง แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ปัญหาด้านซัพพลายของหน่วยความจำนี้กำลังทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นไปอีก

Micron บริษัทชั้นนำด้านหน่วยความจำ ได้ประกาศยกเลิกแบรนด์ Crucial เพื่อตัดเรื่องผลิตภัณฑ์ PC บริโภคในขณะที่หันไปให้ความสำคัญกับการพัฒนา AI ในช่วงที่ราคา RAM ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตามข้อมูลจาก VideoCardz ราคาการ์ดจอ RTX 5090 ที่ถูกที่สุดในตอนนี้พบว่ามีราคาขั้นต่ำประมาณ $2,500 ซึ่งสูงกว่าราคาเริ่มต้นถึง 25% แต่การ์ดหลายรุ่นก็ยังหมดสต๊อกหรือสามารถซื้อได้ในเฉพาะจุดเท่านั้น ส่วนการ์ดที่สามารถจัดส่งได้ มักเริ่มต้นที่ราคา $3,000 และบางรุ่นใกล้จะถึง $4,000 เลยทีเดียว การเพิ่มขึ้นของราคาเกิดขึ้นหลังจากมีข่าวลือว่า Nvidia อาจจะลดการผลิตการ์ดจอในซีรีส์ 50 เพื่อลดการใช้ RAM DDR7 ซึ่งกำลังขาดตลาดอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม Nvidia ยังไม่ได้รับรองว่าตนเองจะมีการดำเนินการตามข่าวลือดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่ความกังวลในเรื่องการขาดแคลน RAM ได้ทำให้ผู้ค้าปลีกเริ่มปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังในตลาด

นอกจาก Nvidia แล้ว บริษัทยังมีบริษัทอื่นๆ ที่ต้องเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของราคาจากวิกฤต RAM ที่เกิดขึ้น เมื่อท้ายปี 2025 ตลาด RAM ขนาดผู้บริโภคได้มีราคาที่พุ่งสูงขึ้นถึงสามเท่าตัวหลังจากที่ SK Hynix และ Samsung ได้ตกลงกันว่าจะแปรสภาพการผลิตไปยังศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการขาดแคลนอย่างมากในตลาด

อีกทั้ง Micron ยังประกาศว่ายกเลิกการผลิต RAM ภาคค้าปลีก ซึ่งเป็นการ exacerbating ปัญหาการขาดแคลนนี้อีกด้วย ขณะนี้บริษัทต่างๆ เช่น Nvidia ที่ไม่สามารถดำเนินการโรงงานของตนเองซึ่งผลิตชิ้นส่วนเช่น RAM ได้ จึงมีปัญหาในการจัดหาหรือผลิตสินค้า ทำให้เกิดคอขวดในซัพพลายหรือค่าผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าในที่สุดสูงขึ้นในตลาดซื้อขายทั่วไป

ในขณะที่ตลาดสินค้านั้นกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เวลาที่ผู้บริโภคจะได้เห็นความเย็นตัวในตลาดนั้นคงต้องใช้เวลา ซึ่งการอาจมีการเร่งซื้อตามมาตการณ์เพื่อกักเก็บ RAM หรือการ์ดจอ ก็ยิ่งทำให้สต๊อคที่มีอยู่จำกัดอยู่แล้วนั้นตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีเวลาในการผลิตสั้นเกินไปซึ่งจำเป็นต้องสร้างโรงตัวใหม่เพื่อเร่งการผลิต RAM

Micron ได้ประเมินว่าปัญหา RAM นี้อาจจะยืดเยื้อไปถึงหลังปี 2026 และหากความต้องการที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังคงเพิ่มสูงขึ้น อาจจะส่งผลให้ระยะเวลาขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังไม่มีตัวชี้วัดชัดเจนว่าตลาดจะมีอนาคตในทิศทางใด แต่อย่างใดการเล่นเกมส์แบบ PC อาจไม่ถูกอย่างที่เคยมีมาจนกว่าจะถึงเวลานั้น

นอกจากนี้ หากภาวะตลาดยังคงเป็นไปในลักษณะนี้ อาจถึงเวลาแล้วที่ Sony และ Xbox จะต้องพิจารณาดีเลย์การเปิดตัวคอนโซลเจนต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งราคาสูงเกินไปสำหรับผู้บริโภคแทนการขายที่ราคาต่ำเพื่อที่จะรับมือกับค่าผลิตที่สูงขึ้น ข่าวลือนี้ยังไม่ถูกยืนยันมากนัก แต่ด้วยความไม่แน่นอนในตลาดอย่างที่เป็นอยู่ สิ่งต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต สำหรับในตอนนี้ ไม่ว่าใครที่ต้องการ PC Gaming อาจต้องเตรียมตัวให้ดีเพราะราคานั้นอาจไม่ถูกลงในระยะเวลาอันใกล้นี้

เว็บไซต์ ZumRoad ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานบนเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว