ในโลกของมวยปล้ำ WWE การเดินทางอันน่าจดจำของ Mick Foley กำลังจะสิ้นสุดลงเมื่อเขาประกาศลาออกจากบริษัท หลังจากที่ได้เผชิญหน้ากับความไม่พอใจต่อความคิดเห็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีต่อการเสียชีวิตของผู้กำกับชื่อดัง โรนัลด์ ไรเนอร์ คำพูดเหล่านี้ทำให้ Foley รู้สึกว่าเขาไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่มีความสัมพันธ์กับซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อีกต่อไป
Mick Foley เฟรนไชส์ระดับตำนานที่เคยมีบทบาทสำคัญในช่วง Attitude Era ของ WWE เมื่อปี 1996 เขาได้สลัดคำว่า WWF ออกไป และกลายเป็นชื่อเสียงที่ชัดเจนในวงการมวยปล้ำ ปัจจุบันเมื่อลาออกจาก WWE เขายังไม่ทิ้งความสัมพันธ์กับแฟนคลับทั่วโลก แต่การกระทำของประธานาธิบดีที่เขามองว่าไร้ความเห็นใจทำให้เขาตัดสินใจ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ในโพสต์ Instagram ของเขา
เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรนัลด์ ไรเนอร์ และภรรยาได้ถูกฆาตกรรมในบ้านของพวกเขาที่ลอสแองเจลิส ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีการแสวงหาความเห็นใจจากเพื่อนร่วมวงการ ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับโพสต์ข้อความว่า การตายของไรเนอร์เกิดจาก "ความเจ็บป่วยเรื้อรังที่เกิดจากโรคที่เรียกว่า TRUMP DERANGEMENT SYNDROME" สร้างความไม่พอใจทั่วทั้งสังคม
คำพูดของทรัมป์ได้ขัดแย้งอย่างรุนแรงและสร้างความสะเทือนใจทั้งสองด้านของการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้ Foley ตัดสินใจออกจาก WWE อย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้
เราอาจจะมองเห็นว่าเจ้าของ WWE อย่าง Vince McMahon มีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงการที่ Linda McMahon ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการศึกษาของสหรัฐอเมริกาในรัฐบาลของทรัมป์ สิ่งนี้ทำให้ Mick Foley รู้สึกไม่สบายใจมาก่อนหน้านี้เช่นกัน และความคิดเห็นล่าสุดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เขามีความแน่วแน่มากยิ่งขึ้นในการตัดสินใจครั้งนี้
ฟอลีได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง WWE และทรัมป์มาเป็นระยะเวลาหลายเดือน เนื่องจากการดำเนินงานที่หยาบกระด้างต่อผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เข้ากับค่านิยมที่เขาเชื่อ
นอกจากนี้ Mick Foley ยังคงเป็นที่เลื่องลือในฐานะหนึ่งในนักมวยปล้ำที่มีบุคลิกหลากหลายที่สุด โดยนอกจากชื่อจริงของเขาแล้ว ยังได้สวมบทบาทเป็น Cactus Jack, Mankind, และ Dude Love ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยสร้างความสนุกและความตื่นเต้นให้แก่แฟน ๆ หลากหลายรุ่น
ถึงแม้ Foley จะกำลังจะอำลา WWE แต่การออกจากทีมของเขาอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อบริษัทอย่างมาก เพราะเขาไม่เพียงแค่เป็นนักมวยปล้ำที่ชื่อเสียง ยังเป็นผู้ที่มีใจรักในวงการนี้ และมีฐานแฟนที่แข็งแกร่งทั่วโลก
ในเวลาเดียวกัน การแข่งขันในวงการมวยปล้ำก็ดูเหมือนจะมีความตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการประกาศของ Foley เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ John Cena เพื่อนร่วมวงการของเขาได้ลงสนามแข่งขันในแมตช์สุดท้ายและพ่ายแพ้ อาจจะทำให้แฟน ๆ รู้สึกเสียใจไม่น้อย
หลังจบการประกาศครั้งนี้ วงการเกมส์อาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าแฟน ๆ ของ WWE และวงการเกมส์จะติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าการตัดสินใจของ Foley จะนำไปสู่อะไรในอนาคต แต่คงมั่นใจว่าการย้ายถิ่นฐานในวงการเกมส์นี้จะยังคงดำเนินต่อไป
ในท้ายที่สุด Mick Foley ได้สร้างคริสต์มนต์ชีวิตที่น่าจดจำใน WWE และแม้ว่าเขาจะออกจากองค์กรนี้ไป การมีส่วนร่วมในด้านเกมส์ก็จะยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนกีฬา ซึ่งเป็นความผสมผสานกันระหว่างความรักในเกมส์และการต่อสู้ ที่หล่อหลอมให้กับฐานแฟน ๆ ที่หลงใหลในโลกแห่งเกมส์และมวยปล้ำ