Mazda CX-5 รุ่นใหม่ จัดเต็ม! แต่จะคว้าหัวใจคนขับหรือไม่?
Mazda CX-5 ได้กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของ Mazda ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2012 โดยมียอดขายรวมถึง 4,761,329 คัน ซึ่งยืนยันได้ว่า "อย่าเปลี่ยนทีมที่ชนะ" เป็นคำพูดที่เราจะใช้ในกรณีนี้ ว่าที่มายังรุ่นไตรมาสที่สามเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ สัดส่วนภายนอกอาจจะยังคงรูปแบบที่คุ้นเคย แต่ภายในนั้นถูกออกแบบใหม่หมดจดเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ในยุคดิจิทัล ทั้งนี้เสียงตอบรับจากผู้ใช้หลายคนกลับไม่ค่อยพอใจกับดีไซน์ที่ปรับเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการลดทอนปุ่มกดที่ใช้ในการควบคุม
แม้แต่ในโพสต์เปิดตัวจากหลายสื่อออนไลน์ ก็มีผู้แสดงความคิดเห็นที่ชัดเจนว่า "ไม่มีปุ่มและควบคุมไม่ได้, ไม่ซื้อ!" และ "ต้องการปุ่มเพื่อการควบคุมที่ใช้งานง่ายกว่า!" ข้อความเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลของผู้ที่รักวิธีการควบคุมรถยนต์แบบเก่า ที่ยังชื่นชอบการใช้ปุ่มกดเพื่อความสะดวกและเข้าใจง่าย
เพื่อหาคำตอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ ทางเราจึงได้ติดต่อไปยัง Mazda โดย Tamara Mlynarczyk ผู้จัดการฝ่ายกิจการสาธารณะของ Mazda North American Operations ได้เปิดเผยว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเป็นผลมาจากผลสำรวจที่มุ่งเน้นไปยังพฤติกรรมของผู้ใช้ ที่พบว่าผู้บริโภคส่วนมากต้องการหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เพื่อความง่ายในการเข้าถึงฟังก์ชัน ต่างๆ ของรถยนต์
"เราได้พัฒนา HMI หรือ Human-Machine Interface ใหม่ที่มุ่งเน้นความง่ายในการใช้งาน พร้อมทั้งมีการเหลือปุ่มควบคุมหลักไว้เพียงเล็กน้อย โดยเปลี่ยนระบบควบคุมจากแบบเก่าที่ใช้ปุ่มไปเป็นจอสัมผัส ซึ่งจะเป็นการช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาจากพวงมาลัยเมื่อใช้ฟังก์ชันต่างๆ" เธอกล่าว
อย่างไรก็ตาม สุ่มเสียงของผู้ใช้ที่ไม่พอใจนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อการตัดสินใจของ Mazda ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะตอบสนองความต้องการในอนาคต และสิ่งที่จะได้มาก็คือการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ”
โดยไม่นับในสิ่งที่เกิดขึ้นกับ CX-5 เท่านั้น รถยนต์รุ่นอื่นๆ ของ Mazda อย่าง Mazda3 ที่ออกแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน ก็มีการปรับปรุงในทิศทางนี้เช่นกัน ซึ่ง Matthew Valbuena วิศวกรของ Mazda ได้เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการวิจัยที่พบว่า การแตะหน้าจอขณะขับรถอาจทำให้รถเบี่ยงออกจากเลนได้
แม้ว่าเส้นทางการออกแบบของ Mazda จะเปลี่ยนไป แต่แน่นอนว่าการให้บริการประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดยังคงเป็นหัวใจหลักของบริษัท ในขณะที่พวกเขายังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทว่า ท่ามกลางการวิวัฒนาการนี้ ความนิยมของการควบคุมอาจเป็นสิ่งที่ Mazda จำเป็นต้องคิดทบทวนก่อนจะเดินหน้าต่อไป
ณ เวลานี้ การกลับไปดำรงการควบคุมด้วยปุ่มกดในรถราคาสูง อาจจะกลายเป็นสิ่งที่หายไปและส่งสัญญาณว่าโลกกำลังจะไปสู่อนาคตที่ไม่มีความยุ่งยาก แต่ก็ยังคงมีทางเลือกให้ผู้ที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแบบอนาล็อคอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมในตลาดรถยนต์ได้ในระยะยาว ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครแน่ใจได้ว่าเทรนด์นี้จะยังคงอยู่ในอนาคตหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือทุกสายตาในวงการกำลังจับจ้องไปที่ Mazda CX-5 รุ่นใหม่นี้
ใครที่เป็นแฟนตัวยงหรือติดตามข่าวรถยนต์ ก็สามารถคาดหวังกับประสบการณ์ใหม่ๆ จาก Mazda ในอนาคตได้อย่างแน่นอน