Mercedes-Benz GLC ยังคงเป็นรถ SUV หรูหราอันดับต้นๆ ของค่าย ตั้งแต่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาในปี 2015 ในตอนนี้ GLC ได้เตรียมเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า GLC with EQ Technology ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเต็มรูปแบบแรกที่จะวางจำหน่ายในตลาดสหรัฐฯ การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายที่น่าสนใจต่อคู่แข่งอย่าง Audi Q6, Porsche Macan รวมถึง BMW iX3 ที่เพิ่งเปิดตัวไป
การนำเสนอ GLC with EQ Technology จะเป็นที่รู้จักในเรื่องของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 94.0 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ที่มีประสิทธิภาพสูง ในรุ่นที่มีพละกำลังสูงสุด รถยนต์จะสามารถให้กำลังได้ถึง 483 แรงม้า ซึ่งมากกว่ารุ่น BMW iX3 ที่มี 463 แรงม้า เบนซ์มั่นใจว่าสมรรถนะนี้จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มีพลังขับเคลื่อนมากอย่างแน่นอน
ด้วยระบบสถาปัตยกรรม 800 โวลต์ GLC สามารถทำระยะทางได้ถึง 443 ไมล์ (713 กิโลเมตร) ตามมาตรฐาน WLTP ของยุโรป อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อาจต่ำกว่าภายใต้ระบบการทดสอบ EPA นอกจากนี้ รถยนต์ยังมีความสามารถในการชาร์จที่รวดเร็ว โดยสามารถเพิ่มระยะทางได้ถึง 188 ไมล์ (303 กิโลเมตร) ในเวลาเพียง 10 นาที นี่คือสิ่งที่ทำให้ GLC เป็นรถที่มีความสะดวกสบายในการใช้งานในทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ในด้านการออกแบบ GLC with EQ Technology มีลักษณะที่น่าสนใจ ซึ่งรวมถึงกระจังหน้าที่มีการทำให้มีแสงสว่างทั่วทั้งกระจังหน้าที่มีถึง 942 จุด โดยมีโลโก้ Tri-Star เป็นจุดสะดุดตาที่ชัดเจนที่ทำให้โดดเด่นกว่ารุ่นน้ำมัน ที่สำคัญคือมั่นใจได้ว่ารูปทรงของ SUV ขนาดกะทัดรัดนี้ ยังคงมีแนวทางสปอร์ตและประณีต เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่มองหารถ SUV หรูอยู่เสมอ
รถรุ่นนี้ยังมีการปรับปรุงที่น่าสนใจในส่วนของช่วงล่าง โดยมีการนำระบบ Airmatic ซึ่งเคยใช้ใน S-Class มาให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายมากขึ้น การตรวจจับความไม่เรียบของถนนสามารถทำได้ล่วงหน้า เพื่อปรับความหนักแน่นของระบบกันสะเทือนให้เหมาะสมกับสภาพถนนในอนาคตได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มระบบการควบคุมความสูงของตัวรถที่ใช้ข้อมูลจาก Google Maps เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับความปลอดภัย GLC ใหม่จะติดตั้งระบบช่วยเหลือที่ครบครัน ตั้งแต่ MB.Drive ซึ่งมาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ไปจนถึง MB.Parking Assist ที่สามารถช่วยจอดรถอย่างกึ่งอัตโนมัติ โดยตัวรถยังมีฟีเจอร์ด้านการช่วยขับที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน
ในส่วนของดีไซน์ ยังมีการใช้วัสดุภายในที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีตัวเลือกการตกแต่งที่หลากหลายตั้งแต่วัสดุที่ผ่านการรับรองจาก The Vegan Society ไปจนถึงหนัง Nappa ที่ละเอียดอ่อน โดยสามารถปรับเลือกฟีเจอร์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือหน้าจอ Hyperscreen ขนาด 39.1 นิ้ว ที่ถูกติดตั้งอยู่ในตำแหน่งกลางของแดชบอร์ด ให้ความรู้สึกทันสมัยและใช้งานง่าย โดยมีระบบ MBUX ที่มี AI คอยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม GLC ใหม่ไม่ได้ทำให้การควบคุมของผู้ขับขี่หายไป โดยยังคงสามารถใช้ปุ่มควบคุมจริงบนคอนโซลกลาง พวงมาลัย และแผงประตู เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าประทับใจและมีความสะดวกสบาย
ตามแผนที่ได้วางไว้ Mercedes-Benz GLC with EQ Technology จะเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะมีราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อยจาก GLC เวอร์ชันน้ำมันที่มีราคาเริ่มต้นที่ 50,800 ดอลลาร์ในปี 2026
ด้วยการเปิดตัว GLC ใหม่ที่มาพร้อมกับ EQ Technology ค่ายรถยนต์หรูจากเยอรมันนี้ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ในยุคใหม่ ตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่ทุกคนต้องการ